Get Adobe Flash player



    นายสุรเชษ นิ่มกุล
    นายก อบจ.อ่างทอง

    สมาชิกเข้าสู่ระบบ



    mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
    mod_vvisit_counterวันนี้429
    mod_vvisit_counterเมื่อวาน1550
    mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้5357
    mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่ผ่านมา7397
    mod_vvisit_counterเดือนนี้23956
    mod_vvisit_counterเดือนที่ผ่านมา39347
    mod_vvisit_counterทุกวัน932393

    We have: 80 guests online
    IP ของคุณ: 54.162.166.214
     , 
    วันที่: 22 พ.ย., 2017

    กำเนิดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง

    องค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๔๙๘ มีฐานะเป็นนิติบุคคลและครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัด

    กว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทองที่มีโครงสร้างการบริหารงานในรูปแบบปัจจุบันองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทองได้มีการวิวัฒนาการตามลำดับ โดยเกิดจากการจัดตั้งสภาจังหวัดขึ้นเป็นครั้งแรก ตามความในพระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พ.ศ. ๒๔๗๖ ซึ่งมีฐานะเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาหารือ แนะนำแก่กรรมการจังหวัด โดยยังมิได้ฐานะเป็นนิติบุคคลที่แยกต่างหากจากราชการบริหารส่วนภูมิภาค

    ต่อมา ได้มีการตราพระราชบัญญัติสภาจังหวัด พ.ศ. ๒๔๘๑ ขึ้น โดยมีความประสงค์ที่จะแยกกฎหมายที่เกี่ยวกับสภาจังหวัดไว้โดยเฉพาะ แต่สภาจังหวัดยังทำหน้าที่เป็นสภาที่ปรึกษาของกรมการจังหวัดเช่นเดิม จนกระทั่งได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๙๕ ซึ่งกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นหัวหน้าปกครองบังคับบัญชาข้าราชการ และรับผัดชอบบริหารราชการในจังหวัดของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ทำให้อำนาจของกรมการจังหวัดเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ดังนั้น ผลแห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ทำให้สภาจังหวัดมีฐานะเป็นสภาที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย ต่อมาได้เกิดแนวความคิดที่จะปรับปรุงบทบาทสภาจังหวัด ให้มีประสิทธิภาพ และให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครองตนเองยิ่งขึ้น“องค์การบริการส่วนจังหวัด” จะเกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งกำหนดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคลแยกจากจังหวัด ซึ่งเป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาค และประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๑๘  ลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๑๕ ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทว่าด้วยการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ได้กำหนดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีฐานะเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง ทั้งนี้อาจแบ่งวิวัฒนาการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดออกเป็น ๓ ระยะ ดังนี้

    ยุคสภาจังหวัด (ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๗๖ – ๒๔๙๘)

    นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้มีการจัดตั้งสภาจังหวัดขึ้นตามพระราชบัญญัติระเบียบเทศบาล พ.ศ. ๒๔๗๖ ซึ่งนับเป็นจุดกำเนิด และรากฐานขององค์กรบริหารส่วนจังหวัด อาจกล่าวโดยสรุปถึงฐานะ อำนาจหน้าที่ บทบาทของสภาจังหวัดได้ ในขณะนั้นยังไม่ได้มีฐานะเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นและเป็นนิติบุคคลที่แยกต่างหากจากราชการบริหารส่วนภูมิภาค ตามกฎหมายจึงเป็นเพียงองค์กรตัวแทนประชากรรูปแบบหนึ่งที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำแก่จังหวัด ซึ่งพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. ๒๔๗๖ กำหนดให้จังหวัดเป็นหน่วยราชการบริหารส่วนภูมิภาค โดยอำนาจการบริหารงานในจังหวัดอยู่ภายใต้การดำเนินงานของกรมการจังหวัด ซึ่งมีข้าหลวงประจำจังหวัดเป็นประธานสภาจังหวัด มีบทบาทเป็นเพียงที่ปรึกษาเกี่ยวกับกิจการของจังหวัดและคณะกรรมการจังหวัด แต่กรรมการจังหวัดไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามเสมอไป

    กระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้มีการตรวจพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าปกครองบังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบการบริหารราชการแผ่นดิน ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงเป็นหัวหน้าปกครองราชการในจังหวัด สภาจังหวัดจึงเปลี่ยนบทบาทจากสภาที่ปรึกษาของกรมการจังหวัดมาเป็นสภาที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับอำนาจหน้าที่ของสภาจังหวัดมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติสภาจังหวัด พ.ศ. ๒๔๘๑ ได้กำหนดให้สภาจังหวัดมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

    ๑. ตรวจสอบและรายงานเรื่องงบประมาณที่ทางจังหวัดตั้งขึ้น และสอบสวนการคลังทางจังหวัดตามระเบียบซึ่งจะได้มีกฎกระทรวงกำหนดไว้

    ๒. แบ่งสรรเงินอุดหนุนของรัฐบาลระหว่างบรรดาเทศบาลในจังหวัด

    ๓. เสนอข้อแนะนำและให้คำปรึกษาต่อคณะกรรมการจังหวัดในกิจกรรมจังหวัด ดังต่อไปนี้

    ๓.๑  การรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน

    ๓.๒ การประถมศึกษาและอาชีวศึกษา

    ๓.๓ การป้องกันโรค การบำบัดโรค การจัดตั้ง และบำรุงสถานพยาบาล

    ๓.๔ การจัดให้มีและบำรุงทางบก ทางน้ำ

    ๓.๕ การกสิกรรมและการขนส่ง

    ๓.๖ การเก็บภาษีอากรโดยตรง ซึ่งจะเป็นรายได้ส่วนจังหวัด

    ๓.๗ การเปลี่ยนแปลงเขตหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และเขตเทศบาล

    ๓.๘ ให้คำปรึกษาในกิจการที่กรมการจังหวัดร้องขอ

    สำหรับพระราชบัญญัติสภาจังหวัด พ.ศ. ๒๔๘๑ นี้ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมอีก ๒ ครั้ง ในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ และ พ.ศ. ๒๔๘๗

    ยุคก่อกำเนิด...องค์การบริหารส่วนจังหวัด

    (ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๙๘ – ๒๕๔๗)

    เนื่องจากพระราชบัญญัติสภาจังหวัด พ.ศ. ๒๔๘๑ ได้กำหนดหน้าที่ในสภาจังหวัดเป็นเพียงที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ขาดอำนาจหน้าที่ และกำลังเงินที่จะทำนุบำรุงท้องถิ่น ดังนั้น พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๔๙๘ จึงได้กำหนดให้มีองค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้น มีฐานะเป็นนิติบุคคล

     
    พฤศจิกายน 2017
    อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
    29 30 31 1 2 3 4
    5 6 7 8 9 10 11
    12 13 14 15 16 17 18
    19 20 21 22 23 24 25
    26 27 28 29 30 1 2
    ไม่มีกิจกรรม